asianbead - สังคมลูกปัดโบราณ
ธันวาคม 23, 2014, 02:51:05 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 13
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข่าวเกี่ยวกับโบราณวัตถุ  (อ่าน 28946 ครั้ง)
อโศก
Administrator
นายพล
*****
กระทู้: 3,193



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #75 เมื่อ: กันยายน 13, 2011, 08:11:29 am »

อึ้ง! พบ “ไตรภูมิ” สมัยอยุธยาอยู่ที่ฝรั่งเศส ล้างความเชื่อยุคอยุธยาไม่มีไตรภูมิ

เผยพบ “ไตรภูมิ” สมัยอยุธยาอยู่ที่ฝรั่งเศส นักอักษรศาสตร์ ระบุเป็นเอกสารสำคัญระดับชาติ มีลักษณะการเขียนแบบอักษรไทยย่อ นิยมเขียนในสมัยอยุธยา คล้ายสนธิสัญญา ไทย-ฝรั่งเศส สมัยสมเด็จพระนารายณ์ ถือเป็นการเปิดประวัติศาตร์หน้าใหม่ในวงการวรรณคดีไทย ล้างความเชื่อ ยุคอยุธยา ไม่มีไตรภูมิ
       
       วันนี้ (9 ก.ย.) นายบุญเตือน ศรีวรพจน์ นักอักษรศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มภาษาและวรรณกรรม สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ (สวป.) กรมศิลปากร เปิดเผยระหว่างพาสื่อมวลชนเยี่ยมชม สวป.ว่า สวป.ได้ค้นพบเอกสารสำคัญระดับชาติชิ้นใหม่ คือ หนังสือไตรภูมิ โดยสันนิษฐานว่า จะเป็นไตรภูมิในสมัยกรุงศรีอยุธยา ทั้งนี้ หอสมุดแห่งชาติกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้ทำการเก็บรักษาไว้ ศ.ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้ดำเนินการคัดลอกมาจากหอสมุดแห่งชาติกรุงปารีส เพื่อนำมาให้สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว
       
       จากนั้น นายบุญเตือน ชี้แจงว่า หนังสือไตรภูมิเอกสารจากหอสมุดแห่งชาติกรุงปารีส นับว่าเป็นเอกสารชิ้นสำคัญ เพราะไม่เคยถูกค้นพบในประเทศไทย ซึ่งเนื้อหาบางส่วนต่างไปจากไตรภูมิฉบับอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านอักขรวิธีต่างๆ มาตรวจสอบแล้ว บ่งชี้ว่า หน้าต้นบอกชื่อหนังสือ ว่า ไตร่ยภูมพระมาไลย ต้นฉบับน่าจะมีอายุเก่าถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา เนื่องเพราะลักษณะตัวอักษรที่บันทึกในหน้าแรกเป็นแบบที่เรียกว่า อักษรไทยย่อ นิยมใช้กันในสมัยอยุธยาตอนปลาย ที่ปรากฏในหลักฐานหนังสือต่างๆ หลายฉบับ เช่น สนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส พ.ศ.2231 ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สำหรับเนื้อหาของไตรภูมิเล่มนี้แบ่งเนื้อหาหลักออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.เรื่องไตรภูมิ 2.เรื่องพระมาไลย
       
       สำหรับหนังสือไตรภูมิ เอกสารจากหอสมุดแห่งชาติ กรุงปารีส จะมีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับคติศาสนาพราหมณ์และพระพุทธศาสนา ดังนี้ อธิบายเรื่องไตรภูมิ คติไตรภูมิ-ไตรภพใน “คัมภีร์พุทธเพทพระเวทมนตร์” พระบรเมสวรสร้างจักรวาล เขาพระสุเมรุและเขาสัตบริภัณฑ์ กำเนิดมนุษย์ กำเนิดลังกาทวีป กำเนิดพระอาทิตย์ พระจันทร์ พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ศาสนาพระศรีอาริยไมตรี อานิสงส์ศีล 5 มหาพราหมเทพราชสร้างเทรวดาต่างๆ ไฟประลัยกัลป ทวีปทั้ง 4 ฉกามาพจรภูมิ นรกภูมิ และสำเนาเอกสารต้นฉบับ ส่วนที่มาของหนังสือไตรภูมิปรากฏครั้งแรก คือ ไตรภูมิกถา และไตรภูมิพระร่วง ซึ่งสมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไทยทรงเรียบเรียงขึ้นในสมัยสุโขทัย พ.ศ.1888 นอกจากนี้ ยังมี ไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา หรือไตรภูมิฉบับหลวง ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดฯให้ชำระเมื่อ พ.ศ.2345 ขณะที่ไตรภูมิสมัยอยุธยานั้น เพิ่งปรากฏฉบับนี้เป็นฉบับแรก
       
       “ไตรภูมิเล่มนี้ ไม่เคยค้นพบในประเทศไทยมาก่อน นักวิชาการหลายคนมีความเห็นตรงกันว่า น่าจะเป็นสมัยกรุงศรีอยุธยา ฉะนั้น การค้นพบครั้งนี้จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความคิดของนักวิชาการด้านไตรภูมิ จะเสนอให้คณะกรรมการวรรณคดีแห่งชาติขึ้นทำเนียบใหม่ว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยามีไตรภูมิด้วย ถือเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่” นายบุญเตือน กล่าวว่า สำนักวรรณกรรมและประวติศาสตร์ จึงได้นำสำเนาเอกสารฉบับดังกล่าวมาเรียบเรียงใหม่เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น พร้อมกันนี้ยังนำสำเนาต้นฉบับมาให้จัดทำเป็นหนังสือ ไตรภูมิ เอกสารจากหอสมุดแห่งชาติกรุงปารีส จำนวน 1,000 เล่ม เพื่อมอบให้สถาบันการศึกษา หอสมุดทั่วประเทศได้ใช้ศึกษาต่อไป แล้วจะดำเนินการทำเป็นอีบุ๊คเพื่อให้ผู้สนใจดาวโหลดด้วย


* 2011-09-13_080919.jpg (39.75 KB, 412x427 - ดู 731 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
พ่อน้องภูเขา
นายพล
*****
กระทู้: 1,203



ดูรายละเอียด
« ตอบ #76 เมื่อ: กันยายน 13, 2011, 09:06:13 am »

คอบคุณครับอาจาร เป็นอีกเรื่องนึงที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
อโศก
Administrator
นายพล
*****
กระทู้: 3,193



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #77 เมื่อ: กันยายน 27, 2011, 04:07:56 pm »

ตะลึง พบ"กรุเครื่องเงิน"ในซากเรือล่มกลางแอตแลนติก มูลค่ากว่า 7,200 ล้าน

รายละเอียดเอามาจาก :  http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1317100162&grpid=01&catid=&subcatid=


* 4.JPG (69.11 KB, 667x650 - ดู 685 ครั้ง.)

* 3.JPG (98.19 KB, 564x696 - ดู 681 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
อโศก
Administrator
นายพล
*****
กระทู้: 3,193



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #78 เมื่อ: กันยายน 27, 2011, 04:51:08 pm »

นักธรณียืนยันรอยเท้าที่พบใน “ภูหินร่องกล้า” ไม่ใช่ของมนุษย์


* 1.JPG (36.15 KB, 460x311 - ดู 674 ครั้ง.)

* 2.JPG (130.38 KB, 919x531 - ดู 56 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
อโศก
Administrator
นายพล
*****
กระทู้: 3,193



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #79 เมื่อ: มีนาคม 06, 2012, 11:00:17 pm »

อิหร่านมาถึงสยาม ราว 2,000 ปีมาแล้ว
มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 6 มีนาคม 2555

          อิหร่าน มีชื่อโบราณว่าเปอร์เซีย
          มีผู้รู้ค้นคว้าไว้ว่า ชาวเปอร์เซียมีความสามารถในการเดินเรือทะเลแถบคาบสมุทรอาหรับ (อฺรับ) จนถึงอินเดีย ตั้งแต่ราว พ.ศ. 22 หรือมากกว่า 2,500 ปีมาแล้ว

          จากนั้นไม่นานก็ขยายเส้นทางเดินเรือถึงเมืองจีน โดยแวะเกาะลังกา แล้วต้องแวะบริเวณสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์
          ราวหลัง พ.ศ. 200 อเล็กซานเดอร์กษัตริย์กรีก ขยายอำนาจไปตามเส้นทางการค้าถึงอาณาจักรเปอร์เซียและอินเดีย (ส่งผลให้มีช่างกรีกทำพระพุทธรูปครั้งแรกในโลกตามแบบประติมากรรมเทวดากรีก)

          แต่สิ้นอเล็กซานเดอร์เสียก่อน ทำให้เปอร์เซียกับอินเดียควบคุมเส้นคมนาคมการค้าทางทะเลไปจีนโดยผ่านสุวรรณภูมิ-อุษาคเนย์



* Iran-1-450x274.jpg (37.88 KB, 450x274 - ดู 562 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 06, 2012, 11:03:06 pm โดย อโศก » บันทึกการเข้า
อโศก
Administrator
นายพล
*****
กระทู้: 3,193



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #80 เมื่อ: มีนาคม 06, 2012, 11:04:48 pm »

 วัฒนธรรมอินโด-เปอร์เซียก็แพร่สู่สุวรรณภูมิไม่ขาดสายแต่นั้นมา มีหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดียืนยันมากมาย พบที่คาบสมุทรภาคใต้ เช่น ควนลูกปัด (อ. คลองท่อม จ. กระบี่) จนถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่เมืองอู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) และเมืองนครชัยศรี (อ. นครชัยศรี จ. นครปฐม) จนถึงยุคทวารวดีศรีวิชัย ราวหลัง พ.ศ. 1000 เข้าสู่ทวารวดีศรีอยุธยา ราวหลัง พ.ศ. 1600

          วัฒนธรรมเปอร์เซียมีในยุคอยุธยาหลายอย่าง เช่น สถาปัตยกรรม (ที่เข้าใจว่าเป็นฝรั่ง แท้จริงเป็นเปอร์เซีย), ศิลปกรรม เช่น มงกุฎและชฎา (มาจากลอมพอกของเปอร์เซีย) เสื้อผ้าอาภรณ์ เช่น เครื่องทรงพระเจ้าแผ่นดิน, เครื่องโขนละคร, ฯลฯ เครื่องดนตรี เช่น ซอสามสาย, รำมะนา ภาษา เช่น ตราชู (เครื่องชั่ง), จาระบี (มาจาก จัรฺบี), เสื้อครุย, อะไหล่, กะไหล่, กะลาสี, การบูร, องุ่น, ลูกเกด, สนม, บุหรี่, กุหลาบ, สบู่, กาแฟ, กุลี, ภาษี, ฯลฯ

          “ฝรั่ง”ที่หมายถึงชาวยุโรป เพี้ยนจากคำเปอร์เซียว่า ฟะรังงี farangi

          ทั้งหมดที่เขียนเล่ามานี้ ผมอ่านจากหนังสือความสัมพันธ์ของมุสลิมทางประวัติศาสตร์และวรรณคดีไทย ของ ดิเรก กุลสิริสวัสดิ์ (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งที่สี่ พ.ศ. 2545)



* Iran-2-450x281.jpg (27.27 KB, 450x281 - ดู 560 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
อโศก
Administrator
นายพล
*****
กระทู้: 3,193



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #81 เมื่อ: เมษายน 10, 2012, 07:00:12 pm »

วันที่ 09 เมษายน พ.ศ. 2555 เวลา 14:30 น.  ข่าวสดออนไลน์

พบแล้ว! "ซากลูกแมมมอธ"ขนสีน้ำตาล อายุ 10,000 ปี ตัวแรกของโลกที่ไซบีเรีย
นักวิทยาศาสตร์เผยภาพของซากลูก "แมมมอธ" ช้างมีขนจากยุคดึกดำบรรพ์ อายุราว 2 ปีครึ่งขณะตาย ที่เขตไซบีเรียของรัสเซีย ในสภาพค่อนข้างเกือบสมบูรณ์ เนื่องจากน้ำแข็งและอากาศหนาวจัดช่วยคงสภาพ หลังเผ่าพันธุ์ของมันสูญพันธุ์มานานกว่า 10,000 ปี
           โดยนายเบอร์นาร์ด บุยเกส จากองค์กรที่ศึกษาแมมมอธเผยว่า ได้รับซากแมมอธแช่แข็งจากนักล่ารายหนึ่งในไซบีเรีย และได้ทำการประเมินค่าช้างตัวดังกล่าว ที่รู้จักกันในชื่อ "ยูกะ" เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  โดยพบร่องรอยบาดแผลสอดคล้องกับการต่อสู้ระหว่างมันและผู้ล่าขั้นสูงอย่างสิงโต รวมถึงมีหลักฐานว่ามนุษย์อาจเป็นผู้โจมตีมันในเบื้องต้นและหากผลการศึกษาของนายบุยเกส และนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยยาคุตสก์ ยืนยันการวิเคราะห์ครั้งนี้ นี่จะเป็นครั้งแรกของการส่งสัญญาณของการมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ยุคโบราณที่พบในเขตไซบีเรีย
           ทั้งนี้ การค้นพบดังกล่าว ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ ผ่านรายการสารคดีของสถานีโทรทัศน์บีบีซี ชื่อว่า "แมมมอธ : ความลับจากน้ำแข็ง" ซึ่งถือเป็นการค้นพบ ลูกแมมมอธ ที่มีขนสีน้ำตาลตัวแรกในประวัติศาสตร์


* article-2124991-1276B34C000005DC-241_634x426.jpg (68.33 KB, 634x426 - ดู 492 ครั้ง.)

* article-2124991-12775A2A000005DC-298_634x339.jpg (37.06 KB, 634x339 - ดู 490 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
อโศก
Administrator
นายพล
*****
กระทู้: 3,193



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #82 เมื่อ: เมษายน 10, 2012, 07:02:47 pm »

           การวิเคราะห์ในเบื้องต้น หลังการศึกษาฟัน และงาของมัน พบว่ามันมีอายุราว 2 ปีครึ่งเมื่อตอนเสียชีวิต  ทั้งนี้อวัยวะส่วนฟัน งา และกระดูก เป็นชิ้นส่วนที่ย่อยสลายตามธรรมชาติได้ช้าที่สุด ขณะที่ชิ้นส่วนเนื้อเยื่อ อาทิ ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และอวัยวะภายใน จะย่อยสลายเร็วกว่า และเป็นสิ่งที่พบได้ยากในซากสัตว์ดึกดำบรรพ์  ซึ่งอาจหมายถึงข้อมูลสำคัญหลายอย่างได้สาบสูญไปด้วย    นักวิทยาศาสตร์คาดเดาว่าแมมมอธบางตัวอาจมีสีขนจางกว่านี้จากการวิเคราะห์ยีนของกระดูก แต่การค้นพบเจ้ายูกะนับเป็นการยืนยันด้วยหลักฐานโดยตรงเป็นครั้งแรก ขณะเดียวกันก็สันนิษฐานว่าเจ้ายูกะน่าจะมีอายุราว 2 ปีครึ่งเมื่อตอนที่มันตายเมื่อมากกว่า 10,000 ปีก่อน

         แดเนียล ฟิชเชอร์ ศาสตราจารย์ คณะวิทยาศาสตร์โลกและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐฯ คาดว่า ลูกแมมมอธอาจตายเพราะการล่าของมนุษย์ยุคน้ำแข็ง หรือถูกสิงโตทำร้าย เพราะมีร่องรอยของการถูกโจมตีด้วย   สำหรับผู้ค้นพบเป็นนักล่าท้องถิ่นชาวไซบีเรีย และได้ส่งมอบมาที่องค์กรแมมมอธ เพื่อให้นักวิทยาศาตร์ได้ค้นคว้าต่อ  ขณะที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ว่า แมมมอธบางตัวอาจมีขนสีอ่อน ขึ้นอยู่กับความหลากหลายของยีนกระดูก ส่วนสีน้ำตาลเช่นนี้เพิ่งเคยพบเป็นครั้งแรก ด้าน เควิน แคมป์เบลล์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จากมหาวิทยาลัยมานิโตบา ประเทศแคนาดา ระบุว่า การค้นพบสุดยิ่งใหญ่ครั้งนี้ มีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงการศึกษาต่างๆอย่างยิ่ง


* article-2124991-12775A3A000005DC-196_634x417.jpg (46.74 KB, 634x417 - ดู 486 ครั้ง.)

* article-2124991-12775A3E000005DC-910_634x420.jpg (58.79 KB, 634x420 - ดู 488 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
tumtim
ผู้กอง
***
กระทู้: 164


ดูรายละเอียด
« ตอบ #83 เมื่อ: เมษายน 10, 2012, 08:04:29 pm »

           การวิเคราะห์ในเบื้องต้น หลังการศึกษาฟัน และงาของมัน พบว่ามันมีอายุราว 2 ปีครึ่งเมื่อตอนเสียชีวิต  ทั้งนี้อวัยวะส่วนฟัน งา และกระดูก เป็นชิ้นส่วนที่ย่อยสลายตามธรรมชาติได้ช้าที่สุด ขณะที่ชิ้นส่วนเนื้อเยื่อ อาทิ ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และอวัยวะภายใน จะย่อยสลายเร็วกว่า และเป็นสิ่งที่พบได้ยากในซากสัตว์ดึกดำบรรพ์  ซึ่งอาจหมายถึงข้อมูลสำคัญหลายอย่างได้สาบสูญไปด้วย    นักวิทยาศาสตร์คาดเดาว่าแมมมอธบางตัวอาจมีสีขนจางกว่านี้จากการวิเคราะห์ยีนของกระดูก แต่การค้นพบเจ้ายูกะนับเป็นการยืนยันด้วยหลักฐานโดยตรงเป็นครั้งแรก ขณะเดียวกันก็สันนิษฐานว่าเจ้ายูกะน่าจะมีอายุราว 2 ปีครึ่งเมื่อตอนที่มันตายเมื่อมากกว่า 10,000 ปีก่อน

         แดเนียล ฟิชเชอร์ ศาสตราจารย์ คณะวิทยาศาสตร์โลกและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐฯ คาดว่า ลูกแมมมอธอาจตายเพราะการล่าของมนุษย์ยุคน้ำแข็ง หรือถูกสิงโตทำร้าย เพราะมีร่องรอยของการถูกโจมตีด้วย   สำหรับผู้ค้นพบเป็นนักล่าท้องถิ่นชาวไซบีเรีย และได้ส่งมอบมาที่องค์กรแมมมอธ เพื่อให้นักวิทยาศาตร์ได้ค้นคว้าต่อ  ขณะที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ว่า แมมมอธบางตัวอาจมีขนสีอ่อน ขึ้นอยู่กับความหลากหลายของยีนกระดูก ส่วนสีน้ำตาลเช่นนี้เพิ่งเคยพบเป็นครั้งแรก ด้าน เควิน แคมป์เบลล์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จากมหาวิทยาลัยมานิโตบา ประเทศแคนาดา ระบุว่า การค้นพบสุดยิ่งใหญ่ครั้งนี้ มีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงการศึกษาต่างๆอย่างยิ่ง


ขอบคุณสำหรับข่าว น่าสนใจมากเลยคะ บางทีการสะสมลูกปัดต่างๆ ของเรา นั่นก็คงหมายถึงเรากำลังศึกษาความเป็นมาของมนุษยชาติ เพียงแต่บางทีเราอาจจะตกหลุมรักความงามอันหาค่ามิได้ จนทำให้ลืมไปว่าเรื่องราวที่ผ่านมาของลูกปัดของเราต่างหากที่สำคัญกว่าตัวลูกปัดซะอีก ไม่เคยสนใจโบราณคดีอะไรมากมาย ตอนเรียนก็คือ สอบผ่านก็พอ แต่พอต้องมาสะสมลูกปัด กลับต้องวิ่งหาตำราโบราณคดีมาอ่านให้วุ่นวายไป รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นหนังสือที่เกี่ยวกับลูกปัด เกี่ยวกับเครื่องมือเครื่องใช้สมัยโบราณ และเครื่องประดับอันล้ำค่า รู้สึกศรัทธากับความพยายามในขบวนการผลิต และนึกอัศจรรย์ใจในสิ่งที่หลงเหลือในปัจจุบัน ทำให้เรารู้ว่า ไม่ว่ายุคสมัยไหน ความงาม ก็คือ ความงาม นั่นเอง  ยิ้ม
บันทึกการเข้า
อโศก
Administrator
นายพล
*****
กระทู้: 3,193



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #84 เมื่อ: เมษายน 10, 2012, 08:29:15 pm »

เกือบทุกคนเป็นเหมือนกัน  อ่านแต่ตำรา ก็งั้นๆ  แต่พอมีโบราณวัตถุครอบครองจริงๆ เช่น ลูกปัดสักพวง

หม้อบ้านเชียงสักใบ หรือ หอกสำริดสักอัน  ก็จะมี แรงจูงใจในการศึกษามากขึ้นอย่างอัศจรรย์  ยิงฟันยิ้ม

แนวคิดและทัศนะต่อโบราณวัตถุในปัจจุบัน จึงไม่เน้น รวบรวมมาเป็นของรัฐเช่นแต่ก่อน 

การให้ภาคเอกชนได้ครอบครองและรวบรวมศึกษา เป็นวิธีการกระตุ้นให้ผู้คนหันมาสนใจโบราณคดีได้เป็นอย่างดี

ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ ในเวป หลายๆท่าน ก็ศึกษาประวัติศาสตร์ เพราะการมีลูกปัดครอบครองเหมือนคุณ tumtim ครับ   ยิ้ม
บันทึกการเข้า
อโศก
Administrator
นายพล
*****
กระทู้: 3,193



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #85 เมื่อ: เมษายน 16, 2012, 07:15:00 am »

เปลือกหอยโบราณจิ๋ว อายุ 80,000 ปี – ลูกปัดหอยชุดนี้ขุดขึ้นมาจากหลุมขุดค้น 4 แห่งในโมร็อกโกยืนยัน  จากหลักฐานแสดงถึงมนุษย์ได้มีการใช้ลูกปัดหอยอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นถูกสวมใส่และอาจซื้อขายเป็นเครื่องประดับสัญลักษณ์ การขุดค้นในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรียโมร็อกโก, อิสราเอลและแอฟริกาใต้ยืนยันว่าลูกปัดหอยเหล่านี้เป็นรูปแบบที่เก่าแก่ที่สุดของเครื่องประดับส่วนบุคคล "เปลือกหอยเหล่านี้จะช่วยเผยให้เห็นการเชื่อมต่อระหว่างความรู้และวัฒนธรรม."

Francesco d'Errico ผู้อำนวยการวิจัยที่ศูนย์แห่งชาติของฝรั่งเศสเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ (CNRS) กล่าว
อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่ครับ  http://www.sciencedaily.com/releases/2009/08/090827101204.htm


* 090827101204-large.jpg (39.81 KB, 600x507 - ดู 443 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
อโศก
Administrator
นายพล
*****
กระทู้: 3,193



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #86 เมื่อ: เมษายน 16, 2012, 07:43:49 am »

ทีมนักวิจัยนานาชาติที่นำโดยนักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียที่ใช้ microanalysis อิเล็กตรอนเพื่อตรวจสอบต่างหูหยกที่ขุดจากพื้นที่ทั้งหมดจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   การศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของตัวอย่างหินดิบจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สร้างฐานข้อมูลทางภูมิศาสตร์เปรียบเทียบกับโบราณวัตถุที่เป็นต่างหู  144 ชิ้นพบว่า 116 ตัวอย่างตรงกับแหล่งหินของไต้หวัน
   
นักวิจัยได้แสดงให้เห็นว่ามีการนำหินดิบจากไต้หวันขนส่งในรูปแบบดิบไปยังสถานที่เช่นฟิลิปปินส์ , Borneo, ภาคกลางของเวียดนามและภาคใต้ของประเทศไทย - ถึงหลายพันกิโลเมตรทางทะเลจากแหล่งที่มาเดิมของมัน

อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ครับ   http://www.sciencedaily.com/releases/2008/01/080101193937.htm


* 080101193937-large.jpg (26.98 KB, 600x511 - ดู 446 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
TON
นายพล
*****
กระทู้: 542



ดูรายละเอียด
« ตอบ #87 เมื่อ: เมษายน 16, 2012, 10:54:49 pm »

 :Dขอบคุณมากครับพี่อโศกที่นำข้อมูลดีๆน่าสนใจมาฝากเสมอ ได้ความรู้ดูเพลิน จุมพิต
บันทึกการเข้า
tumtim
ผู้กอง
***
กระทู้: 164


ดูรายละเอียด
« ตอบ #88 เมื่อ: เมษายน 17, 2012, 11:14:16 pm »

ทีมนักวิจัยนานาชาติที่นำโดยนักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียที่ใช้ microanalysis อิเล็กตรอนเพื่อตรวจสอบต่างหูหยกที่ขุดจากพื้นที่ทั้งหมดจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   การศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของตัวอย่างหินดิบจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สร้างฐานข้อมูลทางภูมิศาสตร์เปรียบเทียบกับโบราณวัตถุที่เป็นต่างหู  144 ชิ้นพบว่า 116 ตัวอย่างตรงกับแหล่งหินของไต้หวัน
   
นักวิจัยได้แสดงให้เห็นว่ามีการนำหินดิบจากไต้หวันขนส่งในรูปแบบดิบไปยังสถานที่เช่นฟิลิปปินส์ , Borneo, ภาคกลางของเวียดนามและภาคใต้ของประเทศไทย - ถึงหลายพันกิโลเมตรทางทะเลจากแหล่งที่มาเดิมของมัน

แปลกใจในแหล่งที่มาของวัตถุดิบมาก หินของที่อื่นทำไม่ได้รึยังไง ต้องขนส่งไกลมาก นึกถึงภาพการขนส่งยุคก่อนที่ต้องส่งสินค้าทางเรือข้ามทะเลหลายพันกิโลเมตร แสดงว่าต้องเป็นหินที่มีลักษณะที่พิเศษจริงๆ

สรุป หาให้น้องศึกษาสักคู่แล้วกัน อิอิ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Magician
นายพล
*****
กระทู้: 794



ดูรายละเอียด
« ตอบ #89 เมื่อ: เมษายน 21, 2012, 09:18:49 pm »

คง ชัด ลึก สมเป็นพี่อโศกจริงๆ
ขอบคุรมากครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!